Poochonlapat 的个人资料(P)คุณรุจักคำว่า"เหนื่อย...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


สัม(พลาด)ภาษณ์ Universiade

 
 
              วันนี้ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ เป็น Volunteer Universiade 2007
       In Thailand...
                        
                             ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์(คาดว่าคณะนิติฯ เพราะเหนใส่เสื้อนิติฯอยู่อ่านะ)
          ที่ถามเป็นภาษาไทย และก้อไม่ซีเรียสมากนัก พูดคุยกันเฮฮาสนุกสนานดี
                            วันนี้ตื่น 8.30 กะว่าคงจะสายได้ เพราะว่า คนขึ้นรถไปท่าพระจันทร์คงจะเยอะมาก
          แต่แล้ว พอมาถึงที่ท่ารถตู้ รังสิต - ท่าพระจันทร์ สิ่งที่พบคือ ความว่างเปล่า......
         ไม่มีใครเลย  โอ้ว!!!! พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก..............ที่ไหนได้....
         วันนี้ไปมีรถตู้ไปท่าพระจันทร์ซะงั้น.....ช๊อกไป 3 วินาที (คิดในใจ)
         กรูพลาดดดดดดดดดดดดกรูตายๆๆสายๆๆๆแน่ๆๆๆ สัมภาษณ์ 11.00 นี่มาน9.30แล้วง่า..... 
         เลยรีบเดินไปที่ท่ารถตู้อนุสาวรีย์ ปรากฎคือ....คนเยอะโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี
         บังเอิญว่าพอไปถึงเขาจะออกคันใหม่พอดี อาศัยรุจักกับคนขับเขาดันตัวเราขึ้นรถเฉยเลยซะงั้น -*-
         เลยได้ไปก่อนชาวบ้านเขาทั้งๆที่พึ่งไปถึง งงเลย แต่ก้อไม่มีใครสนใจเพราะก้อกำลังขึ้นรถๆกานอยู่ 
         พอไปถึงอนุสาวรีย์ก้อตาลีตาเหลือกโบกแท๊กซี่เลย บ้านรวยซะงั้น ถึงโดมท่าพระจันทร์
        (มองนาฬิกา) โอ้!!!!!!!!!!! 10.45เอง  เดินดุ่มๆเข้าไปที่ตึกสัมภาษณ์ คณะนิติฯ ชั้น 3
         สิ่งที่พบคือ คน.....น้อยอย่างแรง ไอ้เราก้ออุส่ารีบมา คือไม่ต้องไปต่อคิวรับบัตรอ่ะ
         เดินไปเอาบัตรคิวได้เลย ปามานว่าเดินไปถึง พี่เขาเรียก น้องๆรับบัตรคิวยังค๊ะ อารายปามานนี้ 
         เหนในคิวเขียน หมายเลข 213 ที่เขากำลังเรียกอยู่ก้อปามาน 112 เลยไม่รีบมากนัก
         ไปหาไรกินก่อน เดินไปถึง 7-11 ซื้อหนมมากิน ซื้อไส้กรอกซีพี กับ น้ำส้มกล่องนึง สิริรวม 46 บาท -*- 
        (รุงี้ไปกินข้าวดีกว่า) รีบเดินดุ่ยๆไปตึกสัมภาษณ์ นั่งกินที่ชั้น2 เสดแล้วพอเดินขึ้นไป ด้วยความที่คนน้อยอย่างแรง
         พี่เขาพูดว่า น้องครับ คนไหนที่สมัครตำแหน่ง Blah ๆๆๆๆ แต่ได้ยินตำแหน่งนึงเข้าหูว่า
        ประสานกองเชียร์ฯ ให้เข้าไปสัมภาษณ์ได้เลย ไม่ต้องรอคิวแล้ว โอ้โห!!!!! ดีอย่างแรงงงงง ปรากฎได้สัมภาษณ์ 
        ตอน 11.20 ถือว่าเร็ว เพื่อนเรามาตามเวลาต้องสัมภาษณ์ 9.00 เราเข้าสัมภาษณ์แล้วเพื่อนเรายังไม่ได้
        สัมภาษณ์เลย เขาบอกว่าตำแหน่งดูและนักกีฬารึล่ามต้องตามคิว หุหุ
                           เราก้อมานั่งรอซักพัก ดูเคว้งๆ ไม่ค่อยมีคน พอถึงตาเรา ก้อไม่ตื่นเต้นนะ แต่พอเหนหน้าอาจารย์
        แค่นั้นอ่ะ พูดไม่ออก แถมคนที่นั่งข้างๆยังเปนอาจารย์อภินันท์อีก.... เกรงไปหมดเลย พอเรามานั่ง
        ตอนนั้นกาลังอยากจาเอาเสื้อออกนอกกางเกง เพราะว่ามันคับ คนมานอ้วนอ่านะ แต่พอกาลังจาเอาออก
        มีเสียงนึงดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ "แหม คุณ ....... จะมาสัมภาษณ์แต่งกายไม่สุภาพเลยนะ" แล้วก้อมาอีกเปนชุด
        คืออาจารย์ ญ คนนึง กาลังด่าผู้ชายอีกคนที่นั่งสัมภาษณ์ข้างๆเราอยู่ เลยกัวไม่กล้าเอาเสื้อออกเลย
        นั่งคับๆๆไปงั้นอ่ะ อึดอัดมากๆๆ  แล้วอาจารย์ก้อเริ่มถาม ....
  1. อาจารย์ถามว่า ทำไมถึงอยากได้ตำแหน่ง ประสานงานกองเชียร์ - เพราะผมคิดว่าเปนงานที่ต้องอาศัยทักษะในการติดต่อสื่อสาร เพื่อให้คนหมู่มากเข้าใจเปนพิเศษ และยังได้เพื่อนต่างสถาบันและต่างประเทศมากมาย
  2. อาจารย์ถามว่า ทำไมถึงอยากเปนผู้ดูแลนักกีฬา - เพราะผมคิดว่าการได้ดูแลนักกีฬาเปนงานบริการงานหนึ่งที่จะช่วยสอนเราให้รุจักเข้าสังคม อดทน และ กล้าพูดกล้าตัดสินใจ ฯลฯ ซึ่งเปนประสบการณ์ที่ดีมาก โดยเฉพาะการฝึกภาษา
  3. อาจารย์ถามว่า ทำไมถึงอยากเปนประชาสัมพันธ์ - เพราะเปนงานที่ผมเคยทำมาก่อน ตอนสมัยมัธยมจึงพอจะรู้งานมาบ้าง อีกอย่างงานประชาสัมพันธ์เปนงานที่ต้องอาศัยคนที่จะทุ่มให้กับงานจิงๆ เพราะงานนี้ต้องเฝ้ากันให้ข้อมูลคนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆตลอดเวลา
  4. อาจารย์ถามว่า บ้านอยู่ห่างจากมหาลัยมากมั้ย ใช้เวลาเดินทางกี่ชม. - ไม่มากคับ ชั่วโมงครึ่งเอง ข้อนี้มีการตอ...ว่าอยู่บ้านด้วยหอด้วยซะงั้น ทั้งๆที่อยู่หออย่างเดียว
  5. อาจารย์ถามว่า คุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไร  - คุณพ่อ คุณแม่ รับจ้างคับ ......ถามต่อ ที่ไหน... - คุณพ่อ สถานทูตอเมริกา คุณแม่ ประเทศเมกาคับ   
  6. อาจารย์ถามว่า ทำไมถึงไม่เลือกดูแลนักกีฬาเปนอันดับแรก - เพราะผมคิดว่ามีการแข่งขันสูงมาก คนอยากได้ตำแหน่งนี้กานเยอะ ทำไห้ตำแหน่งอื่นไม่ค่อยมีคนช่วยเลย เลยมาช่วยตำแหน่งนี้ อีกอย่างยิ่งถ้าคนต้องการมาก คนตกไม่ได้ทำตำแหน่งนี้ก้อมากตามไปด้วย เราก้อไม่ได้เปนคนเก่งอะไร ให้คนอื่นที่เขาพูดได้ 4 - 5 ภาษาทำไปจะดีกว่าคับ
  7. อาจารย์ถามว่า ไหนลองแนะนำตัวเปนภาษาอังกิดซิ(ชื่อ - นามสกุล อายุ สถานที่เรียน คณะ เอก) - ข้อนี้เสี่ยวอย่างแรง ตอบเหมือนเด็กมัธยมอ่ะ เสียใจมากๆๆเลย ปามานว่า มาย เนม อีส อ่ะ แย่เจงๆๆเลย  ตื่นเต้นมากไปหน่อย
  8. อาจารย์ถามว่า เคยดูกีฬาไรบ้าง รุกติกาของกีฬาไรบ้างมั้ย - ก้อมีบ้าง แต่ไม่มากก เพราะส่วนใหญ่ดูข่าว ซึ่งเราก้อคิดว่า หากจะศึกษาจิงๆก้อไม่ยาก ถ้าเราได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับกีฬาแบบนี้ก้อต้องศึกษาไว้บ้างอยุ่แล้ว
  9. อาจารย์ถามว่า ถ้านักกีฬาอยู่ที่ sme จะเดินทางมาที่ โรงกลางต้องทำยังไง อธิบายเปนภาษาอังกิด เอาแบบบนรถ และก้อ เดินเอา - อธิบายไป...ภาษาอังกิดล้วน ซึ่งก้อเสี่ยวอีกอ่ะแหละกรู พลาดมากๆๆเลยเรื่องนี้ ดูเหมือนเดกๆๆไงไม่รุ วันนี้มานเกิดไรขึ้นว้า
  10. อาจารย์ถามว่า ถ้ากองเชียร์ของแต่ละประเทศเกิดการทะเลาะกัน จะทำยังไง จะพูดแก้สถานการณ์ยังไงให้ดีขึ้นได้ไหม จะทำยังไงนั่นเอง - ยังไงๆก้อต้องบอกเขาว่าขอให้อยู่ในความสงบ เพราะอย่างน้อยคุณต้องคิดถึงหน้าตาของประเทศคุณบ้าง ทะเลาะกันก้อไม่ได้ไรขึ้นมา เผลอๆจะต้องโดนเชิญออก ไม่ได้ดูกีฬาอีกต่างหาก ขายหน้าประเทศตัวเองด้วย ซึ่งผมก้อมั่นใจว่าอย่างน้อยเขาน่าจะรักประเทศตัวเองบ้าง ไม่ว่าชาติไหนก้อรักประเทศตัวเองทั้งนั้น และคิดว่าถ้าเราพูดอย่างนี้เขาคงจะสงบลงบ้าง ... ข้อนี้อาจารย์ชมมากมาย ดีมากๆๆๆๆๆๆฟังจนน้ำตาซึม
  11. อาจารย์ถามว่า มีความสามารถพิเศษอย่างอื่นอีกมั้ย ทีจะพอให้ทำงานได้ดี - ไม่มีคับ ผมทำงานมากมาก แค่ความมั่นใจผมก้อเพียงพอแล้ว (พูดไปได้ไงวะ)เวอร์ชิพ 
  12. อาจารย์ถามว่า ทำกิจกรรมมามาก คิดประเมินมั้ยว่าตัวเองจะทำกิจกรรมนี้ได้ดีแค่ไหน - 99.99% เพราะผมคิดว่างานทุกอย่างย่อมมีผิดพลาดเสมอ ทั้งที่เรามองเห็น และมองไม่เหน อยู่ที่ว่าเราจะทำได้ดีที่สุดแค่ไหน และก้อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุดแค่ไหนต่างหาก
  13. อาจารย์ถามว่า รู้มั้ยว่ามีอัตราการแข่งขันของตำแหน่งต่างๆสูงแค่ไหน - ก้อพอทราบเพราะเปิดในเนตดูแล้วก้อพอจะทำใจอยุ่บ้างถ้าไม่ได้ แต่ก้อมีความหวังเสมอ
  14. อาจารย์ถามว่า ตำแหน่งที่เธอเลือกเปนตำแหน่งที่เธอชอบจิงๆรึป่าว เอาง่ายๆถ้าเปลี่ยนได้จะเปลี่ยนไหม - ใจจิงแล้วอยากได้ดูแลนักกีฬา แต่งานไหนก้อรับได้คับ ขอให้ได้ทำ 
  15. อาจารย์ถามว่า แล้วซัมเมอร์ไม่มีเรียนพร้อมที่จะมาอบรมรึป่าว - พร้อมคับ ไม่พร้อมก้อจะมาให้ได้
  16. อาจารย์ถามว่า การเปนประชาสัมพันธ์จำเปนต้องมีประสบการณ์บ้างเคยทำอะไรมาก่อนบ้าง - เคยทำมาหลายอย่าง เช่นประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน งานสำคัญๆต่างๆของโรงเรียน แล้วก้องานนอกบ้างเล็กน้อย
  17. อาจารย์ถามว่า แม้แต่ดูแลนักกีฬา และ ประสานงาน ก้อควรมีประสบการณ์มาบ้างก้อดี เคยมีมั้ย - ไม่มีคับ ยกเว้นประสานงานที่ทำบ่อยมากสมัยก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานภายในโรงเรียน
  18. อาจารย์ถามว่า เคยเรียนภาษาอื่นมาด้วยอีกมั้ย - ไม่เคยคับ
  19. อาจารย์ถามว่า ถ้าหากนักกีฬาที่เราดูแล เปนคนชาติอื่น แล้วเราสื่อสารกับเขาไม่รุเรื่องแล้วเขาปวดฉี่มาก เราจะทำยังไง - ให้รีบพาเขาไปเข้าห้องน้ำให้เรวที่สุด โดยอาจจะสื่อสารผ่านภาษามือก้อได้ ว่าเขาต้องการไปไหน รึอยากทำอะไร จะได้พาไปถูก หรือ พาเขาไปหา STAFF ที่พอจะพูดได้ พอรุจุดประสงค์แล้วค่อยพาเขาไป
  20. อาจารย์ถามว่า เราจะพูดให้กองเชียร์ต่างๆที่มาเปนระเบียบเรียบร้อยได้อย่างไร  - อาศัยความรักชาติของพวกเขาเปนเครื่องมือ เหมือนกับตอนที่จะทะเลาะกัน อิอิ
  21. อาจารย์ถามว่า ถ้าหากนักกีฬาก่อปัญหา ประมาณว่าทะเลาะวิวาทกับชาติอื่นๆเราจะทำยังไง - เราควรห้ามด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยตามคนอื่นๆมาช่วย ควรประนีประนอมพูดให้เข้าใจก่อน ถ้าไม่ไหวจิงๆแล้วค่อยตามผู้ใหญ่มาช่วยดูแล...
  22. อาจารย์ถามว่า ถ้าหากเกิดมีการวางระเบิด(พบวัตถุต้องสงสัย)บริเวณแสตนด์ ในขณะที่มีการแข่งขันกีฬา เราจะทำอย่างไร - ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ดูแลให้เรียบร้อย ดูสถานการณ์ว่าต้องอพยพคนมั้ย แต่ไม่ควรให้มีการตกใจ หรือตื่นตระหนกมากที่สุด ให้มานเงียบๆอ่ะดีแล้ว ถ้าโหวกเหวกโวยวายจะเปนเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ แล้วอาจเปนการแหวกหญ้าให้งูตื่นได้
  23. อาจารย์บอกว่า เธอตอบได้ดีมากทีเดียว ถ้าได้ไม่ตรงกับที่ตัวเองเลือกก้อยอมรับได้ใช่ไหม .... - ได้งับ ขอบคุณอาจารย์คับ ไหว้หนึ่งที ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกมา  
                           คือได้พูดอังกิดน้อยมาก ได้พูดตอนแรกๆแล้วอาจารย์ก้อไม่ถามอังกิดอีกเลย คุยกานหนุกหนานมากก่า
        แต่ไม่พูดมากก้อดีแล้ว เพราะรุสึกตื่นเต้นมากๆ อาจารย์ถามแบบต่อๆๆกันเลย ปามานว่าทำเวลา ตอนตอบอังกิด
        ก้อพูดติดๆขัดๆ เหมือนมีไรมาติดที่ปากงั้นอ่ะ เสียใจมากๆ ตอนตอบก้อตอบแบบเดกมัธยมเลย รุสึกปันยาอ่อนมาก
                 ขอไว้อาลัยให้กับตัวเอง แต่ก้อนะวันนี้ก้อทำได้ดีที่สุดแล้วอ่ะ ได้ รึ ไม่ได้ ยังไง ก้อยอมรับได้
        ตำแหน่งไหนก้อรับได้เหมือนกาน อิอิ
    
 
                 ปล . . วันนี้ไปคนเดียว บอกตามตรง เคว้งมากๆ ทำไม ทั้งๆที่มีคนไปเปนเพื่อนกันได้
        แต่ทำไมไม่อยากไปเลยหรอ ขอแค่ไปเปนเพื่อนกันเอง บ้างก้อว่าไม่ว่าง บ้างก้อว่าไม่สะดวก บ้างก้อว่าไม่สบาย
        บ้างก้อว่าไม่อยากไป บ้างก้อว่าอยากอ่านหนังสือ บ้างก้อว่า "ไม่" "ไม่" และก้อ"ไม่" คำเดียว ถามอย่างเหอะนะ
        ว่าถ้าเปนคนอื่นไม่ใช่ผม คุณจะไปไหม ถ้าเปนเพื่อนคนอื่นของคุณ คุณจะไปไหม ถ้าเปนเพื่อนที่พูดให้คุณไปจนได้
        คุณจะไปไหม ผมไม่เซ้าซี้คุณ ผมไม่อยากบังคับคุณ เพราะรุว่าทำไม่ได้ ผมแค่อยากได้เพื่อนไปด้วยกันบ้าง
        ทำไมพวกคุณจะเจียดเวลาให้ผมบ้างไม่ได้ ผมขอแค่แปปเดียว ผมกลับมา บางคนยังหลับอยู่ บางคนอ่านหนังสืออยู่
        บางคนพิมพ์งานอยู่ บางคนออนเอมอยู่ และบางคนกินข้าวกับเพื่อนอยู่  บอกตรงๆผมน้อยใจเพื่อนๆอ่ะคับ
        สำหรับเพื่อนที่ไม่รุเรื่องเพราะผมไม่ได้โทรไปบอก ก้อขอโทดด้วยนะคับ พูดเหมารวมไปหน่อย ส่วนสำหรับคนที่รุเรื่อง
        มันผ่านมาแล้วอ่ะคับ คนที่มีงานทำผมก้อขอโทดที่พูดรวมไป แต่คนอื่นๆผมน้อยใจคับที่คุณไม่อยากไปกับผม
        ผมแค่อยากได้เพื่อนไปเปนเพื่อนกันได้แค่นั้นเอง แต่ก้อไม่ได้ .....
                                                                                           .....JJ...