Poochonlapat 的个人资料(P)คุณรุจักคำว่า"เหนื่อย...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆนะคับ !! ได้เวลาอัพเดตแล้นงับ ตอนนี้ กีฬามหาลัยโลกก้อจบไปและงับบ !!!!
จิงๆก้อจบไปนานแล้วล่ะนะ แต่ไม่ค่อยได้มีเวลาอัพเลยอ่านะ
วันนี้บังเอินว่า อยากอัพเพราะว่าดูห่างเหินไปนาน
แต่จิงๆแล้วก้อไม่รุจะอัพไรอ่านะ
ขอเปนว่าเริ่มอัพตั้งแต่เรื่อง Universiade 2007 ละกาน
กีฬามหาลัยโลกคราวนี้อย่างที่บอกว่า เราได้เปน Atache
ของประเทศนิวซีแลนด์คับ แล้วก้อทำกองอำนวยการนิดหน่อย ดูแล
Official ของประเทศ กัมพูชาอีกนิดหน่อย แล้วก้อประเทศอื่นๆอีกนิดหน่อย
ดูเหมือนจะเปนงานที่หนักแต่ก้อสนุกกดีนะคับ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้เจอคน
มากมายหลายประเภทมากขึ้น 55+ ได้ทำงานกับเพื่อนๆ และชาวต่างชาติ
ที่สำคัญคนที่เราดูแล ก้อเรื่องมากอยู่นะ จะว่า งก ก้อ งก นะ จะว่าไม่งก
ก้อได้นะ แต่ไม่รุทำไม มานอยากได้นั่นอยากได้นี่จัง เลยต้องพาไปเที่ยว
หลายที่หน่อย เหนื่อยมากมายอ่ะ แต่ก้อไม่มีไรอัพจิงๆอ่ะแหละนะ
ถ้าถามว่าพามานไปไหนมามั่ง ก่อบอกได้เลยว่า ถ.ข้าวสาร จตุจักร
เอมโพเรียม สยาม ราชประสงค์ เซนทรัลเวิล์ mbk และอีกมากมายมหาศาล
สรุปคือ เหนื่อย จบข่าว งิงิ
~Sekiyajj~
กลับบ้าน กับเรื่องราวน้อยนิดมหาศาล กลับบ้านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอ่านะ มีเรื่องมาเล่านิหน่อย แต่ก้อเกิดขึ้นมากมาย
(เอาซักอย่างดีไหมอ่า)
คือจิงๆแล้วกลับวันพฤหัสอ่า พึ่งนึกได้ กุจำผิด 55+ -*-
ก้อกว่าจะถึงบ้านก้อเย็น คือจิงๆแล้วมีโปรแกรมยาวยืด
คือบอกตรงๆว่าจำไม่ได้ว่ามีโปรแกรมยาว ไม่งั้นมะกลับบ้านหรอก
แล้วคืนวันศุกร์ต้องไปเดินเรื่องขอ adsl ของที่บ้านไง เปนอารายที่ลำบากมากมาย
นั่งรถไปตอนเช้าปล่อยให้กุรอ ตั้ง ชั่วโมงนึง แล้วพอนั่งรถสาย 367 แมร่งคนเกบเงินเปนพม่ารึไงว้า
บอกว่า ลงบางพูนคับ เขาก้อบอกว่าอะไรซักอย่างฟังไม่ออก
เปนครั้งแรกที่รุสึกเหมือนกุอยู่เมืองนอกชอบกล
บางพูนคับ (รอบ2) ไม่ผ่านค่ะ(สำเนียงกะเหรี่ยงอ่ะ) (ฟังออกและคราวนี้)
แต่จำได้ว่ามานเคยผ่านนี่หว่า สงสัยหน้าแตกแน่เรา
เลยถามคนขับว่า เอ่อ เดวนี้ไม่ผ่านบางพูนแล้วหรอคับ พี่คนขับบอกว่าผ่านคับ
แต่สงสัยกะเป๋าคงฟังผิดเปนบางพูด -*-
นี่กุผิดใช่ป่ะ เลยบอกกะเป๋าว่า บางพูนคับ ไม่ใช่บางพูด เขาก้อบอกว่า อ่อค่ะ บางพูนนะค๊ะ
(สำเนียงกาเหรี่ยง)
-*- มานเกิดไรกับชีวิตกุแต่เช้าวะเนี่ย ลางไม่ดีเลย 55+
พอกาลังจาลง กดกริ่งปุ๊ป คนขับถามว่าจะลงป้ายไหน (อ่าวกุกดเพื่อจะลงป้ายหน้า)
เลยบอกว่า ป้ายหน้าคับ
คนขับถาม ป้ายไหนอ่ะ -*- กำเวนจิงๆ เลยบอกว่าป้ายข้างหน้าคับพี่ (มรึงไม่เหนป้ายหรอคับ)
แล้วแมร่งขับเลยไปไกลมาก
แล้วหันมาบอกเราว่าทีหลังบอกเรวๆนะน้อง เอ๊า เวนอีก กุผิด คือบอกว่าจะลงตั้งแต่ทางโค้งแล้วเหอะ
เลี้ยวมาก้อถึงป้ายนี่แมร่งจอดเลยไป 2 ป้ายกุเดินกลับอีกเปิกิโล โคดเซ็งอ่ะ ร้อนออีกต่างหาก
เปนวันทีซวยจิงๆอ่ะวันนั้น เฮ่อๆ วันเสาร์มีปาชุมที่ท่าพระจันทร์แต่เช้า
เรื่องของกีฬามหาลัยโลกแหละงับ
ก้อผลสรุปคือ ผมได้ ประเทศ นิวซีแลนด์ กีฬา ฟันดาบคับ
ดูแลประเทศนี้ก้อไม่รุว่าจะเปนไงเหมือนกานนะ ผมว่าประเทศไหนก้อดีเหมือนกาน
ไม่ชอบคนที่ช่างเลือก หาว่าประเทศนั้นประเทศนี้ไม่ดีเลย
ไม่ควรมาทำงานเสียสละแบบนี้หรอกคนอย่างนั้นน่ะ ชิส์
ประชุมเสดตอนเยน ตอนแรกเพื่อนจะชวนไปต่อแต่ขี้เกียจไปเลยกลับบ้านงับ
เพราะเดววันรุ่งขึ้นมีบริจาคเลือดต่อ
วันอาทิดก้อคือวันนี้ พึ่งไปบริจาคอวัยวะมางับ คือ บริจาคเลือดไม่ได้จิงๆเพราะว่านอนไม่พอ
แล้วเม็ดเลือดแดงผมก้อน้อยเกินไปด้วยแหละ (เกี่ยวกานไหมอ่า) เลยไปบริจาคอวัยวะแทน
ก้อไปเจอเพื่อนๆที่ทำกีฬามหาลัยโลกมากมายเหมือนกานดีจิงๆ เสดแล้วก้อกลับมาหมาลัย
มานั่งอัพสเปซนี่แหละนะ อิอิ
ปล. ก้อมีเรื่องเล่าปามานนี้อ่านะ
ปล.2 แล้วก้อนะ อยากจะโทหาทุกวันนะ แต่ 3 วันครั้ง...รึน้อยก่านั้นก้อดีนะ อิอิ
ปล.3 อยากจะบอกว่าคิดถึงนะคับ อิอิ อยากไปเชียงใหม่จังเลย หุหุ
~Sekiyajj~ ลองอัพดูสักหน่อยก้อดีนะ ความจิงมีเรื่องจะอัพเยอะเลยอ่านะคับ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเท่าไรห่เลย
เรียนซัมเมอร์เปนอะไรที่ทรมานดีเหมือนกาน
ต้องตื่นแต่เช้าจากรังสิตไปท่าพระจันทร์ แต่วันนนี้เรียนวันสุดท้ายแล้ว รอสอบ
วันที่ 13 เยย อิอิ เริ่มจะมีเวลาว่างแล้ว
แต่งาน กีฬามหาลัยโลกก้อยังมีเปนระยะๆ ตอนนี้ก้อต้องพยายามกานต่อไปล่ะนะ
เด๋วก้อจะพิมพ์ไปเรื่อยๆอ่านะ อย่างเรื่องแรกนี่คงเปนเรื่องที่ไปทริปที่เมืองกาญอ่านะ
ก้อไม่มีไรมากงับ
ไปกับภาควิชาที่ได้เที่ยวมากที่สุด รองจากไกด์เลย เพราะว่าต้องออกฟิว พื้นที่บ่อยมากมาย งิงิ
คราวนี้ก้อไปที่กาญ
ไปดูพวกถ้ำ พวกหินผา เดินป่า หนุกมากมาย ชอบเดินป่าที่สุด อิอิ
งานอดิเรกคือการปีนเขาเดินป่านี่แหละแต่ที่ชอบที่สุดคงเปนที่ ประจวบมั้ง
ระหว่างเดินเจอพวกตัวเอี้ยด้วย ตัวแมร่งใหญ่ก่าที่มหาลัยหลายสิบเท่าเลยอ่า ตกใจหมด
จารย์บอกว่ามานเปนสัดป่าหายากนะเนี่ย 55+
นอกจากนี้ก้อไปดูโรงงานผลิตน้ำตาล จากอ้อย เปนไรที่ได้ชิมน้ำตาลตลอดทาง
อ้วนกันเลยทีเดียวงานนี้ แต่ก้อหนุกดี
ที่นอนก้อไฮโซ ริมเขื่อนมากมาย ตกดึกก้อคุยเรื่อยเปื่อย มีการแอ๊บเอาเหล้ามากินอีกต่างหาก
งานนี้ได้ถ่ายรูปเยอะเลย เสียดายที่เปนรูปจากมือถือ ไม่ได้พกกล้องไปด้วย เซ็งๆๆ
เอาเปนว่างานหน้าจะเอากล้องไป อิอิ เจอกานงานหน้าละกาน
มีคนถามผมเรื่อง กีฬามหาลัยโลกว่ามานไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้ก้อเปนสมาชิก
ของ Volunteer Community อ่านะ ทำงานเพื่อสังคมเปนหลัก
มีความสุขดี ถึงจะเหนื่อยมากมายก้อตาม ส่วนจากส่วนกลาง
ในช่วง HOD [Head Of Deligation] ถ้าสะกดไม่ผิดนะ เปนหัวหน้านักกีฬา
เขามาดูสถานที่แข่งขัน กับ ที่หลับที่นอนของนักกีฬา ก้อเปนปามานว่าประจำที่หอ โซนซี
ฟังพวกฝรั่งบ่นๆ แล้วก้อไปที่ เมืองทองอีกวันนึง ที่เมืองทองนี่เราเดินเขาอย่างเดว
แล้วมานมีงาน เวดดิ้งแฟร์ด้วยไง พวกฝรั่งแมร่งก้อเดินไปทั่วเยย
มีคนนึงแมร่งไปดูแหวนแต่งงานก่าแฟนมาน กุละเซ็ง 55+
แล้วงงานนี้ได้เงินด้วยนะ คนละ 250 ต่อวัน ส่วนเรื่อง community นี่ทำด้วยใจงับ
วันที่ 6 นี้มีบริจาคเลือดด้วย แต่คงบริจาคไม่ได้บังเอินเลือดชั่วมานแรง
ไม่อยากให้ใครได้ไปเดวติดเชื้อบ้า 55+ แล้วก้อผลการประกาศตำแหน่งล่าสุด ได้เปน
ดูแลนักกีฬาซะงั้น เลยต้องไปอบรมวันที่ 5 ต้องตื่นเช้าอีกและตู -*-
เอาเรื่องไรอีกอ่า ไม่ได้ขี้เกียจพิมพ์นะ แต่จะมีคนมาอ่านไหมอ่า อีกอย่าง จะอ่านไหวมั้ยอ่า 55+ เอาเปนว่าเรื่องอื่นๆเอาไว้คราวหน้าก้อและกานะ
ปล.1 เรื่องเกมส์ ตอนนี้ไม่ได้เล่นเกมส์ออนไลน์ใดๆแล้วอ่ะคับเพื่อนๆ วันก่อนมีเพื่อนที่เคยเล่นมังกรหยกสมัยโน้นนนน โทมาชวนเล่นเกมส์ 55+
ปล.2 ความรักตอนนี้ไม่มีอ่างับ โสด สนิท อยากหาใครสักคนมาอยู่เปนเพื่อนใจนะ แต่คนๆนั้นจะมีรึป่าวนี่ก้อไม่รุอ่างับ พยายามทำให้ดีทีสุดอ่านะ เรารุตัว เจียมตัวเสมอ
ปล.3 เรื่องการเรียน ตอนนี้ก้ออกมาแล้วเหลือตัวเดียวเอง เกรดก้อเปนไปตามคาด พยายามกานใหม่ปี3นะ สู้ๆงับ
ปล.4 เรื่องสุขภาพ ก้อมะค่อยดีเท่าไหร่ งงิ ตามประสาคนไม่ค่อยดูแลตัวเองอ่านะ อ่าว ด่าตัวเองซะงั้น 55+
ปล.5 เรื่องครอบครัว ก้อเรื่อยๆอยู่หอไม่ค่อยมีไรกับที่บ้าน งิงิ เยี่ยมพ่อบ้าง แม่เลี้ยงบ้าง น้องชายก้อเข้าเทคนิคดอนเมืองจนได้ เฮ่อๆ
ปล.6 จะปล.ไรนักหนาเนี่ย รุสึกเหมือนโดนสอบสัมพาด พอได้แล้วมั่งเห๊อะๆๆๆๆ 55+ เอาเปนว่าเจอกานใหม่วันหน้างับๆ อยากรุเรื่องไร บอกเอาไว้และกาน
บางส่วนในสเปซ ยังไม่ได้แก้ไขนะคับ งิงิ จะหาเวลาจัดการให้เรวที่สุดงับ บายๆๆงับ
JJ. ~sEkIyA~ สุขสันต์วันเกิด เจเจ เพื่อนรักผมไม่ได้อัพสเปซ นานเท่าไหร่และนะ รุสึกเหมือนว่าต้องปรับปรุงมากมาย วันนี้ดูเหมือนจะเปนวันดี เปนวันคล้ายวันเกิด ของคนเหงาๆคนนนี้ บางที ก้อคิดเหมือนกานว่า จะไปเที่ยว จะตะลอนๆไปในที่ต่างๆมากมาย จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด (พูดเหมือนใกล้จะตายชอบกล) แต่ก้อไม่รุหรอกว่าจะเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่ พยายามใช้เวลากับตัวเองให้มากที่สุด บางวันไม่มีไรทำ นั่งๆนอนๆอยู่ในห้อง ก้อคิดว่าเปนการให้เวลาตัวเองส่วนนึง คำทำนายประจำเดือนนี้ โดยหมอ เจเจ ดวงในปีนี้ไม่สู้ดีนัก โรคหัวใจขาดคนดูแลจะทวีความรุนแรงจนยากจะเกินทนไหว เรื่องการงานจะราบรื่นดี ต้องระวังทะเลาะกับตัวเองอาจทำให้เสียหายได้ หากจะตัดสินใจต้องเดดขาดและเชื่อมั่นในตัวเองหน่อย ชอบเอาแต่ใจตัวเอง ขี้น้อยใจบ้าง ควรลดลงให้มาก ในแต่ละวันต้องพักผ่อนและดูแลสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ การเดินทางไกลให้สอบถามเจ้าป้าที่จะกลับต่างประเทศเรวๆนี้ อาจมีข่าวดีได้ทุนสนับสนุนการท่องเที่ยว เรื่องครอบครัว หัดใส่ใจคุณพ่อบ้าง คุณพ่อเปนคนขี้น้อยใจ ชอบประชดประชัน ชอบหาว่าเราไม่สนใจ งิงิ ดังนั้นควรไปหาท่านบ่อยๆ นอกจากนี้ สุขภาพของคนในบ้านก้อไม่ค่อยสู้ดีนัก ให้ไปเยี่ยมบ้านเลกบ้านน้อยมากมายนั่นด้วย ในด้านความรัก อยู่ในช่วงอับเฉา เนื่องด้วยดวงเรื่องความรัก เปนคนมีดวงพื้นฐานความรัก จาก10 มีเพียง 1 จึงทำให้เรื่องความรักไม่ว่าจะในปีใดๆ ถ้าไม่โดนหลอกลวง ก้อถูกทิ้ง แม้ว่าจะมีความหวังและจริงใจกับใครเพียงใด ก้อจะวนเวียนอยู่เช่นนั้น เนื่องด้วยเวนกรรมจากชาติที่แล้วมีมากมายต้องชดใช้ ต้องเจบอยู่เนืองๆ จึงทำให้เรื่องความรักอยู่ในเกณฑ์ อุบาท ที่สุด อย่างไรก้อตาม ก้อขอให้ดำรงความจิงใจ และรักใครรักจิงเช่นนี้ แล้วหวังว่าสักวัน จะเจอคนๆนั้นของคุนสักที ในช่วงกลางและปลายปี จะทำนายใหม่ .... -*-
สัม(พลาด)ภาษณ์ Universiade วันนี้ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ เป็น Volunteer Universiade 2007
In Thailand...
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์(คาดว่าคณะนิติฯ เพราะเหนใส่เสื้อนิติฯอยู่อ่านะ)
ที่ถามเป็นภาษาไทย และก้อไม่ซีเรียสมากนัก พูดคุยกันเฮฮาสนุกสนานดี
วันนี้ตื่น 8.30 กะว่าคงจะสายได้ เพราะว่า คนขึ้นรถไปท่าพระจันทร์คงจะเยอะมาก
แต่แล้ว พอมาถึงที่ท่ารถตู้ รังสิต - ท่าพระจันทร์ สิ่งที่พบคือ ความว่างเปล่า......
ไม่มีใครเลย โอ้ว!!!! พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก..............ที่ไหนได้....
วันนี้ไปมีรถตู้ไปท่าพระจันทร์ซะงั้น.....ช๊อกไป 3 วินาที (คิดในใจ)
กรูพลาดดดดดดดดดดดดกรูตายๆๆสายๆๆๆแน่ๆๆๆ สัมภาษณ์ 11.00 นี่มาน9.30แล้วง่า.....
เลยรีบเดินไปที่ท่ารถตู้อนุสาวรีย์ ปรากฎคือ....คนเยอะโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี
บังเอิญว่าพอไปถึงเขาจะออกคันใหม่พอดี อาศัยรุจักกับคนขับเขาดันตัวเราขึ้นรถเฉยเลยซะงั้น -*-
เลยได้ไปก่อนชาวบ้านเขาทั้งๆที่พึ่งไปถึง งงเลย แต่ก้อไม่มีใครสนใจเพราะก้อกำลังขึ้นรถๆกานอยู่
พอไปถึงอนุสาวรีย์ก้อตาลีตาเหลือกโบกแท๊กซี่เลย บ้านรวยซะงั้น ถึงโดมท่าพระจันทร์
(มองนาฬิกา) โอ้!!!!!!!!!!! 10.45เอง เดินดุ่มๆเข้าไปที่ตึกสัมภาษณ์ คณะนิติฯ ชั้น 3
สิ่งที่พบคือ คน.....น้อยอย่างแรง ไอ้เราก้ออุส่ารีบมา คือไม่ต้องไปต่อคิวรับบัตรอ่ะ
เดินไปเอาบัตรคิวได้เลย ปามานว่าเดินไปถึง พี่เขาเรียก น้องๆรับบัตรคิวยังค๊ะ อารายปามานนี้
เหนในคิวเขียน หมายเลข 213 ที่เขากำลังเรียกอยู่ก้อปามาน 112 เลยไม่รีบมากนัก
ไปหาไรกินก่อน เดินไปถึง 7-11 ซื้อหนมมากิน ซื้อไส้กรอกซีพี กับ น้ำส้มกล่องนึง สิริรวม 46 บาท -*-
(รุงี้ไปกินข้าวดีกว่า) รีบเดินดุ่ยๆไปตึกสัมภาษณ์ นั่งกินที่ชั้น2 เสดแล้วพอเดินขึ้นไป ด้วยความที่คนน้อยอย่างแรง
พี่เขาพูดว่า น้องครับ คนไหนที่สมัครตำแหน่ง Blah ๆๆๆๆ แต่ได้ยินตำแหน่งนึงเข้าหูว่า
ประสานกองเชียร์ฯ ให้เข้าไปสัมภาษณ์ได้เลย ไม่ต้องรอคิวแล้ว โอ้โห!!!!! ดีอย่างแรงงงงง ปรากฎได้สัมภาษณ์
ตอน 11.20 ถือว่าเร็ว เพื่อนเรามาตามเวลาต้องสัมภาษณ์ 9.00 เราเข้าสัมภาษณ์แล้วเพื่อนเรายังไม่ได้
สัมภาษณ์เลย เขาบอกว่าตำแหน่งดูและนักกีฬารึล่ามต้องตามคิว หุหุ
เราก้อมานั่งรอซักพัก ดูเคว้งๆ ไม่ค่อยมีคน พอถึงตาเรา ก้อไม่ตื่นเต้นนะ แต่พอเหนหน้าอาจารย์
แค่นั้นอ่ะ พูดไม่ออก แถมคนที่นั่งข้างๆยังเปนอาจารย์อภินันท์อีก.... เกรงไปหมดเลย พอเรามานั่ง
ตอนนั้นกาลังอยากจาเอาเสื้อออกนอกกางเกง เพราะว่ามันคับ คนมานอ้วนอ่านะ แต่พอกาลังจาเอาออก
มีเสียงนึงดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ "แหม คุณ ....... จะมาสัมภาษณ์แต่งกายไม่สุภาพเลยนะ" แล้วก้อมาอีกเปนชุด
คืออาจารย์ ญ คนนึง กาลังด่าผู้ชายอีกคนที่นั่งสัมภาษณ์ข้างๆเราอยู่ เลยกัวไม่กล้าเอาเสื้อออกเลย
นั่งคับๆๆไปงั้นอ่ะ อึดอัดมากๆๆ แล้วอาจารย์ก้อเริ่มถาม ....
คือได้พูดอังกิดน้อยมาก ได้พูดตอนแรกๆแล้วอาจารย์ก้อไม่ถามอังกิดอีกเลย คุยกานหนุกหนานมากก่า
แต่ไม่พูดมากก้อดีแล้ว เพราะรุสึกตื่นเต้นมากๆ อาจารย์ถามแบบต่อๆๆกันเลย ปามานว่าทำเวลา ตอนตอบอังกิด
ก้อพูดติดๆขัดๆ เหมือนมีไรมาติดที่ปากงั้นอ่ะ เสียใจมากๆ ตอนตอบก้อตอบแบบเดกมัธยมเลย รุสึกปันยาอ่อนมาก
ขอไว้อาลัยให้กับตัวเอง แต่ก้อนะวันนี้ก้อทำได้ดีที่สุดแล้วอ่ะ ได้ รึ ไม่ได้ ยังไง ก้อยอมรับได้
ตำแหน่งไหนก้อรับได้เหมือนกาน อิอิ
ปล . . วันนี้ไปคนเดียว บอกตามตรง เคว้งมากๆ ทำไม ทั้งๆที่มีคนไปเปนเพื่อนกันได้
แต่ทำไมไม่อยากไปเลยหรอ ขอแค่ไปเปนเพื่อนกันเอง บ้างก้อว่าไม่ว่าง บ้างก้อว่าไม่สะดวก บ้างก้อว่าไม่สบาย
บ้างก้อว่าไม่อยากไป บ้างก้อว่าอยากอ่านหนังสือ บ้างก้อว่า "ไม่" "ไม่" และก้อ"ไม่" คำเดียว ถามอย่างเหอะนะ
ว่าถ้าเปนคนอื่นไม่ใช่ผม คุณจะไปไหม ถ้าเปนเพื่อนคนอื่นของคุณ คุณจะไปไหม ถ้าเปนเพื่อนที่พูดให้คุณไปจนได้
คุณจะไปไหม ผมไม่เซ้าซี้คุณ ผมไม่อยากบังคับคุณ เพราะรุว่าทำไม่ได้ ผมแค่อยากได้เพื่อนไปด้วยกันบ้าง
ทำไมพวกคุณจะเจียดเวลาให้ผมบ้างไม่ได้ ผมขอแค่แปปเดียว ผมกลับมา บางคนยังหลับอยู่ บางคนอ่านหนังสืออยู่
บางคนพิมพ์งานอยู่ บางคนออนเอมอยู่ และบางคนกินข้าวกับเพื่อนอยู่ บอกตรงๆผมน้อยใจเพื่อนๆอ่ะคับ
สำหรับเพื่อนที่ไม่รุเรื่องเพราะผมไม่ได้โทรไปบอก ก้อขอโทดด้วยนะคับ พูดเหมารวมไปหน่อย ส่วนสำหรับคนที่รุเรื่อง
มันผ่านมาแล้วอ่ะคับ คนที่มีงานทำผมก้อขอโทดที่พูดรวมไป แต่คนอื่นๆผมน้อยใจคับที่คุณไม่อยากไปกับผม
ผมแค่อยากได้เพื่อนไปเปนเพื่อนกันได้แค่นั้นเอง แต่ก้อไม่ได้ .....
.....JJ... ขอแทรกเรื่องผู้นำซักนิด ด้วยคำว่า "เพื่อน"โลกไม่เคยทำให้มนุษย์สมบูรณ์แบบ เพื่อเผื่อแผ่เนื้อที่ให้คุณได้แสวงหา .... โลกทำให้มนุษย์มีความเหงา เพื่อให้มนุษย์แสวงหาความรักและมอบความรัก... และผมก็ได้รู้ว่า การได้มีเพื่อนทำให้โลกนี้มันไม่เหงาจนเกินไป... ............................... เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป*** เป็นแค่ใครสักคนที่เปิดใจ***และพร้อมจะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอยามที่ผมต้องการ*** เพียงแค่อยู่ในความทรงจำ***เอาไว้นึกถึงเพื่อเป็นกำลังใจในก้าวต่อไป***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ*** เพียงแค่ผมมองรูปถ่าย***แล้วความทรงจำระหว่างเราก็ทำให้ผมยิ้ม&มีความสุข***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมร่วมกันทุกๆครั้งเวลาว่าง*** เพียงแค่ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตัวเองอยู่นั้น***แล้วยังนึกถึงกิจกรรมที่เราทำด้วยกันก็พอ***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องมีผมเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว*** เพียงแค่อยากให้รู้ว่าผมมั่นใจในความเป็นเพื่อนของเรามาก*** มากจนไม่มีการระแวงหรือน้อยใจใดๆ***หากเพื่อนสนิทของผมจะมีเพื่อนสนิทคนอื่น***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของกันและกันทุกๆอย่าง*** เพียงแค่รู้ในเรื่องที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปันซึ่งกันและกัน*** แม่ว่าเรื่องนั้น***อาจเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวชีวิตอันมากมายของเราก็ตาม***
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นต้องทนนิสัยทั้งหมดของผม*** เพียงแค่บอกให้ผมปรับปรุงตัว**และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่งที่ผมอธิบายและบอกให้ปรับปรุงตัวบ้าง**
เพื่อนสนิทของผม***ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องเป็นเพื่อนสนิทของเขา*** เพราะคนเราต้องมีบ้างที่คิดไม่เหมือนกัน***เพียงแค่อยากให้พวกเขารับรู้ในมิตรภาพที่ผมมีให้*** แม้จะไม่มีค่าสำหรับเขา***แต่มีค่ามากเหลือเกินสำหรับความเต็มใจที่ผมมอบให้***
ผมได้แต่หวังเพียงว่า ***ผมจะเป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิทของผม*** ***ไหล่ของผม*** ไม่ได้มีความหมายพียงเพื่อประคองหัวผมไว้คนเดียวเท่านั้น*** แต่เพื่อนสามารถใช้มัน เป็นที่ประคองหัวเพื่อนได้ด้วย***
***เสื้อของผม*** ไม่ได้มีไว้เพียงห่อหุ้มร่างกายของผมเพียงอย่างเดียว*** มันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตาและสั่งขี้มูกของเพื่อน ถ้าเพื่อนต้องการ***
***แขนของผม*** ไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่น***แต่มันสามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนจะล้ม*** แต่ถ้าเพื่อนล้มลงไปแล้ว ผมยังมีมืออีก1คู่ไว้คอยฉุดเพื่อนขึ้นมา***
***ปากของผม*** ไม่ได้มีไว้เพื่อกิน***และพูดพร่ามทั้งวันหรอกนะ*** แต่มันมีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วย***เมื่อถึงเวลาจำเป็น***
***ตาของผม*** มีไว้เพียงเพื่อรกะพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่*** ผมเอามันไว้ใช้มองสิ่งดีๆในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก***
***ฟันของผม*** ไม่ได้มีไว้กัดคัยๆเขา*** แต่ผมมีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก***ทุกๆครั้งที่ผมยิ้มให้เพื่อน***
***หูของผม*** ไม่ได้มีไว้เจาะรู***แขวนเครื่องประดับ*** แต่มันใช้ฟังเพื่อน***เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ผมฟัง***
***เท้าของผม*** ไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่น***โอเค ถึงแม้มันอาจจะมีบ้าง*** แต่ผมจะใช้เท้าเพื่อเดินอยู่ข้างๆเพื่อนนี่แหละ***จะไม่ไปไหนไกล***
***สมองของผม*** อาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนัก ก็จริง*** แต่มันจะทำงานหนัก***เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ***
***และหัวใจของผม*** ก็ไม่ได้มีไว้สูบฉีดเลือดเพียงอย่างเดียว*** แต่มันทำหน้าที่เก็บเพื่อนไว้ข้างในได้อีกด้วย***
ขอขอบคุณ space นึงที่ทำให้ผมชอบคำว่า "เพื่อน"มากขึ้น แม้ว่ามันจะห่างไกลจากผมก็ตาม คุณลักษณะของการเป็นผู้นำ ข้อ6 และ ข้อ7 6. ความจริงใจ
สิ่งสำคัญที่สุดข้อนึงที่ผู้นำจะต้องมี คือ "ความจริงใจ" ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร
ทำอะไร คุณไม่ควรเสแสร้ง ไม่ควรโกหกตัวเองและผู้อื่น เวลาเข้าหาผู้อื่น
ถ้าคุณมีท่าทีอ่อนโยน ใบหน้ายิ้มแย้ม แน่นอนว่าคุณย่อมเป็นที่นิยมชมชอบของคนอื่นเสมอ
แต่ว่าความอ่อนโยนของคุณ และรอยยิ้มที่อบอุ่น จะต้องหลั่งออกมาจากใจจริง
คำมั่นสัญญาที่คุณให้ไว้ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และครบถ้วน
คนเราอาจจะให้อภัยความผิดพลาด หรือข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงของคนอื่นได้
แต่ไม่มีใครอดทนยอมรับกับความหลอกลวงอันเนิ่นนานได้หรอก
บางทีเราอาจจะยอมเสียเปรียบบ้าง แต่ไม่มีใครยอมให้ถูกหลอกลวง หรือถูกลืมโดยเด็ดขาด
คุณต้องมีความจริงใจในการยอมรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
ในส่วนความรับผิดชอบของตนเองไม่ว่าจะเกิดจากความประมาทหรือใดๆก็ตาม
เมื่อคุณเป็นผู้นำ จำเป็นต้องระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ
7. ความเที่ยงธรรมและความเห็นแก่ตัว
ผู้นำควรจะมีความเที่ยงธรรมและไม่เห็นแก่ตัว
ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้จากการจัดการปัญหาต่างๆของคุณนั่นเอง
ความเที่ยงธรรมที่แท้จริงกับกรมองปัญหาอย่างระเอียดรอบคอบนั้น
มีผลโดยตรงต่อการให้กำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา การประเมินผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชา
อย่างละเอียดถูกต้องจะสามารถยกระดับ ความเอาการเอางานและประสิทธิภาพ
ในการทำงานได้ดีที่สุด ทั้งนี้เพราะเมื่อมีการตรวจสอบที่เที่ยงธรรมแล้ว
เมื่อเราลงเรี่ยวแรงไป 1 % ก็ได้รับค่าตอบแทน 1% ทำผิด 1% ก็จะถูกลงโทษ 1 %
ทุกคนต่างรู้ถึงผลจากการกระทำของตนดี ไม่มีสิ่งทีเรียกว่า โชคดี ฟลุ๊ค
และไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก เช่นนี้แล้วก็จะทำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน
ทุ่มเทให้กับงานมุ่งสู่ทิศทางที่ถูกต้องรวดเร็ว
คนที่อยู่ในฐานะผู้นำ ไม่ควรเอาความรักความชังของตัวเอง
ไปประเมินหรือคัดเลือกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องระมัดระวัง
อย่าเผลอตกอยู่ในวงล้อมของพวกประจบสอพลอ
ควรหลีกเลี่ยงอย่าให้พวกญาติพี่น้อง คนสนิท เพื่อนรู้ใจ
นำความสัมพันธ์ส่วนตัวมาใช้ จนทำให้งานส่วนรวมต้องได้รับความเสียหาย
สำหรับคนที่ตัวเองไม่ค่อยชอบหน้า หือเคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน
ต้องร่วมมือกับเขาภายใต้จุดมุ่งหมายใหญ่อัเดียวกัน ต้องรู้จักอดกลั้น ผ่อนสั้น ผ่อนยาว
ปล. สำหรับที่มีคนถามมาว่า ทำไมตอนนี้ถึงมีแต่เรื่องผู้นำ
เนื่องจากผมได้รับการขอร้องมาอีกทีนะคับ กว่าจะหมดคงอีกพักใหญ่ๆ
ถ้ามีคำถามอะไรไม่เข้าใจตรงไหนให้ฝากคำถามทาง aj_pooh_zit@hotmail.com
จะเร็วสุดนะครับ เพราะผมจะตอบได้เกือบทุกวัน
สำหรับนักเรียนที่เข้ามาดู ASSIGNMENT ครั้งล่าสุดก้อคือเรื่องนี้นะครับ
ให้ทำรายงานตามหัวข้อที่เคยแนะนำไปโดยมี เรื่องผู้นำเป็นฐานนะครับ
ใบ้ให้ว่าคำตอบอยู่ในเนื้อเรื่องแล้วอ่านะ
คุณลักษณะของการเป็นผู้นำ ข้อที่ 4 และ ข้อที่ 5 4. ทุกคนล้วนแต่มีความสำคัญ
ในทวีปยุโรปมีเพลงพื้นบ้านอยู่เพลงหนึ่ง เนื้อร้องมีใจความว่า...
เนื่องจากตะปูตัวเล็กๆตัวหนึ่งหลุดหายไป
เกือกม้าจึงหลุดหาย
เนื่องจากเกือกม้าหายไป
ม้าจึงเสียหลัก
เนื่องจากม้าเสียหลัก
ท่านขุนพลจึงพลัดตกจากหลังม้า
เนื่องจากขุนพลพลัดตกจากหลังม้า
การสู้รบจึงพ่ายแพ้
เนื่องจากการสู้รบพ่ายแพ้
จึงสูญชาติไป...
หน้าที่การงานทุกหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ต่างเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้
อย่างเด็ดขาด ผู้นำควรจะมีทัศนะในการบริหารงานเช่นนี้ เวลาเข้าหาคน จึงจะได้ให้ความเคารพ
หรือปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง จริงใจ และเป็นธรรมชาติ
5. เข้าหาผู้อื่น
ผู้นำที่ดีเมื่อพบผู้ใต้บังคับบัญชา ควรจะทักทายปราศรัยกับพวกเขาอย่างอบอุ่น
อย่างมีจิตสำนึก และจริงใจ พูดคุยกับพวกเขาด้วยความสนิทสนม ถามไถ่สภาพการณ์งาน
และชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องหลั่งไหลออกมาจากใจจริง
มิใช่เสแสร้งแกล้งทำ และไม่ใช่ทำอย่างฉาบฉวยตามมารยาททางสังคมเท่านั้น
ขณะเดียวกันก็ต้องน้อมใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างแท้จริง
และมีความต้องการความคิดเห็นเหล่านี้อย่างยิ่งยวด ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ
กับผู้ถูกนำเป็นไปได้ด้วยดี การงานทุกอย่างก็จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งเหล่านี้คือการปลุกปลอบใจ การให้กำลังใจอย่างล้นหลามแก่ผู้บังคับบัญชาทุกคน
ถือเป็นกลยุทธ์ในการบริหารคนที่สำคัญประการหนึ่ง
ปล... น้องชุงับ ไม่มีอ่ะงับ แต่ลองหาหนุ่มๆๆสักคนมาให้พี่ดูหมอให้ได้นะ 55+ คุณลักษณะของการเป็นผู้นำ ข้อที่ 2 และ ข้อ 3 2. เข้าใจความใฝ่ฝัน
ทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้ร่วมงานทำงานด้วยควมเต็มใจ
ความใฝ่ฝันของคนทำงาน เป็นแรงผลักดัน เป็นแรงกระตุ้นให้ทำงาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ทำงานด้วยความรัก)ความใฝ่ฝันที่ผู้นำจะต้องทราบและเข้าใจ
และมอบหมายการงานให้อย่างถูกต้องเหมาะสม กับความต้องการของแต่ละบุคคล
จากบทเรียนขององค์กรที่ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก ได้ข้อสรุปว่า
องค์กรใดที่ผู้นำสามารถทำให้เพื่อนร่วมงานมีความใฝ่ฝันร่วมกัน
จัดสรรงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วคนทำงานทุกคน
จะทำงานอย่างสุดความสามารถภายใต้แรงผลักดันของความใฝ่ฝันร่วมนี้
นี่เป็นงานที่ลำบากยิ่ง และต้องใช้ระยะเวลา แต่ผู้นำก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้
3. เข้าใจอารมณ์ความรู้สึก
การเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้นำต้องรู้ ผู้นำที่ดี
จะต้องสามารถรักษาอารมณ์ให้เยือกเย็น เสมอต้น เสมอปลาย การใช้ถ้อยคำหยาบคาย
โมโหฉุนเฉียวรุนแรง เสียดสี ถากถาง ประชดประชัน มาสร้างความอับอายให้แก่ผู้ร่วมงาน
เป็นสิ่งที่ต้องยกเว้นไม่พึงกระทำเป็นอันขาด เมื่อคุณทำได้อย่างนี้แล้ว
คุณก็จะทำให้เพื่อนร่วมงานของคุณเกิดความสบายใจ ทำงานด้วยความสุขและกระตือรือร้น
แม้ในภาวะคับขัน พวกเขาก็จะยืนอยู่ข้างคุณ ช่วยกันเอาชนะอุปสรรคในการทำงานไปได้อย่างราบรื่น คุณลักษณะของการเป็นผู้นำข้อที่ 1 1. ความสามารถในการเป็นผู้นำ
หัวใจของการนำคือสามารถผลักดันให้ผู้อื่นลงมือทำงาน คนที่เรียนดีที่สุด
หรือเก่งที่สุดนั้นใช่ว่าเขาจะสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้
ผู้ที่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้ จะต้องสามารถในงานในแขนงนั้นๆ
หรือมีความรู้ในแขนงนั้นๆพอสมควร และยังต้องสามารถผลักดันให้ผู้ร่วมงานมาร่วมทำงาน
ให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดอีกด้วย คำว่า ผลักดัน รวมถึงการจัดองค์กร ชี้แนะ ตรวจสอบ
และที่สำคัญคือการเติมพลังให้กับผู้ร่วมงาน ทำให้ผู้ร่วมงานแสดงความคิดความเห็น
แสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผู้นำนั้น
ไม่เพียงแค่ต้องเข้าใจงาน หากแต่ต้องเข้าใจคนอีกด้วย
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในเมื่อต่างคนต่างความคิด ต่างอารมณ์ และความต้องการกัน
แต่โดยหลักแล้วไม่มีวิธีการบีบบังคับใดๆที่สามารถทำให้คนเราทำงานได้ดีได้
จึงจำเป็นที่ผู้นำ จะต้องทำให้ผู้ร่วมงาน เป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยความเต็มใจ
การใช้วิธีบีบบังคับด้วยกฎระเบียบตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงมากมาย เข้มงวดจนเกินเหตุ
หรือสร้างความแตกแยก แบ่งพรรค แบ่งพวกตามกลุ่มผู้รับผิดชอบในอำนาจต่างๆ
ปราศจากความสามัคคีร่วมใจ ผลที่สุดแล้วคนที่ทำงานดี มีความสามารถล้วนเบื่อหน่าย
และก็จะเลิกลาไป องค์กรนั้นก็จะไร้ประสิทธิภาพไปในที่สุด......(โปรดติดตามตอนต่อไป)
เรื่องราวของฉัน ฉันฝันว่า วันหนึ่งฉันจะได้เป็นหมอ (ตอนอายุ 12) วันหนึ่งฉันจะได้เป็นข้าราชการ (อายุ15) วันหนึ่งฉันจะได้เป็นกุ๊กทำอาหาร (อายุ16)
วันหนึ่งฉันจะได้เป็นนักจิตวิทยาคอยช่วยเหลือคนอื่นๆ (อายุ17)วันหนึ่งฉันจะได้เป็นผู้พิพากษา ทนายความ หรือ อัยการ (อายุ18) วันหนึ่งฉันคงจะเป็นนักภูมิศาสตร์ภาพถ่ายดาวเทียม (อายุ 19) และแล้วความฝันของฉันก็มาหยุดลง ณ มหาวิทยาลัยหนึ่ง ในคณะ ศิลปศาสตร์ เอกภูมิศาสตร์ ฉันสงสัยเหลือเกินว่าจบไปจะทำอะไร แต่ตอนนี้ก้อไม่เคยคิดแบบนั้นอีกแล้ว เพราะฉันคิดเสมอว่าการที่เราฉันจะเป็นอะไรซักอย่างนั้น มันเปลี่ยนแปลงเสมอตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงได้ ฉันไม่คยคิดเลยว่า ฉันจะต้องจมปลักกับวิชาชีพใดๆ แม้ว่าแน่นอนฉันต้องการการงานที่เป็นหลักเป็นฐาน เพราะฉันมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอีกมาก แต่ด้วยความรักอิสระเสรีเช่นฉันนี้ คงยากที่จะจมอยู่กับอะไรเดิมๆ ฉันคิดแค่เพียงว่าการดำรงชีวิตบนหนทางที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ เฉกเช่นหนทางของซามูไรจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดเสมอ แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่าชีวิตนี้ยังต้องการอะไรอีกมาก อย่างน้อยฉันก็น่าจะหาเพื่อนมาอยู่ด้วยในยามที่ฉันแก่ตัวลง อย่างน้อยฉันก็น่าจะออกไปเที่ยวรอบโลกดูบ้าง หรืออย่างน้อยฉันก็อยากจะมีความสุขกับการอยู่กับใครสักคนบ้าง ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองเหลือเวลาเท่าไหร่ ฉันมักพูดเล่นกับรูมเมทและคนอื่นๆเสมอว่า พรุ่งนี้ฉันอาจจะเดินออกไปพร้อมกับโดนรถ NGV ของมหาวิทยาลัยชนตายก็ได้ แต่ฉันก็ไม่รู้จริงๆว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง มันอาจจะจิงก็ได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันฉันจะขี่จักรยานแซงหน้า NGV ได้ก็ตาม แต่ฉันก็ไม่เคยประมาทในการใช้ชีวิตเลย ฉันพยายามทำให้วันนี้ดีที่สุดเสมอ ปล่อยวางกับเรื่องเมื่อวันวาน และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อกับวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึง ฉันเคยมีความฝันและจินตนาการอันสุดบรรเจิดจนแม้แต่ตัวเองเมื่อกลับไปอ่านดูยังงงๆว่าตอนนั้นคิดได้อย่างไร แต่ตอนนี้อะไรๆก็ดูต่างออกไป ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าจินตนาการของฉันหดหาย จนคิดอะไรแทบไม่ออก ฉันเคยมองเห็นใบไม้ 1 ใบ และเล่าเรื่องจินตนาการสุดไกลโพ้นได้ คิดไปไกลได้แค่ไหนก็คิดไป แต่ตอนนี้ฉันมองเห็นใบไม้ 1 ใบ เป็นเพียง 1 ใบ บนกิ่งก้านหนึ่งของต้นไม้เท่านั้น ฉันแทบไม่มีเวลาจะยืนมองว่าใบของมันนั้นสีอะไร เขียวหรือเหลืองแกกันแน่ๆ ฉันเริ่มสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันรึป่าว หรือฉันแก่ตัวลงจริงๆ แม้แต่เรื่องสุขภาพก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทั้งๆที่ฉันอายุ 20 ถ้า 60 ก็ว่าไปอย่าง หรือว่าเวลาของฉันเหลือน้อยลงแล้วจริงๆ บางครั้งฉันอยากจะบีบคอตัวเองที่ขี้หลงขี้ลืมในทุกๆเรื่อง ฉันเจ็บใจมากที่แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆกลับจำไม่ได้ และไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่ ฉันทุ่มกับงานที่ฉันทำเสมอ ฉันตั้งใจทำให้ดีที่สุด และมีความหวังเสมอกับงานที่ทำ แต่ฉันก็เตรียมใจเสมอที่จะยอมรับผลที่ผิดพลาดและยินดีเสมอที่จะมอบงานที่ฉันหรือหลานๆคนคิดว่ามีคนอื่นๆทำดีกว่าฉัน ฉันจริงจัง ทำเป็นทำ เล่นเป็นเล่นและพยายามให้งานที่ทำนั้น บรรลุเป้าหมาย ประสบสำเร็จ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้บางครั้งมันจะดูไม่ดีในสายตาใครๆเลย ฉันทุ่มเทกับการศึกษาพฤติกรรม สังเกตุ ค้นคว้า ทดลอง ตั้งสมมติฐานทุกประการ ทำทุกอย่างเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันของมนุษย์และคนเป็นหลัก ซึ่งนั่นมันทำให้ฉันเข้าใจ และดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์และคนได้อย่างมีความสุข อย่างน้อยก็มีมากกว่าหลายๆคน -ในทางโลก- การศึกษาคนนั้นทำให้ฉันเข้าใจในหลายๆอย่างทั้งการเป็นผู้นำ การทดลองคน ชาย หญิง และเพศอื่นๆ ไปจนถึงเรื่อละเอียดอ่อนของความรัก และความเกลียดชัง ฉันเรียนรู้ ถ่ายทอด และให้ความรู้กับทุกๆคนที่สนใจแม้ว่าคนที่สนใจและมาปรึกษาเหล่านั้นจะแค่มาอาเจียนในโถชักโครกอย่างฉันเท่านั้นเอง ฉันก็ยินดีเสมอ ฉันศึกษาศาสนา ทั้งในแนวขนานและแนวขัดแย้ง ในทุกๆศาสนาด้วยความสนใจ ทั้ง ธรรมะ พระคัมภีร์ ฯลฯ ทั้งในแนวทั่วไป และลึกซึ้ง ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้ว่าธรรมะช่วยสอนให้ฉันดำรงชีวิตในสังคมมนุษย์ได้ดีมากขึ้น ฉันทำธรรมะมาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว และสอนคนอื่นๆได้ด้วยแนวทางที่เป็นสันติสุข และมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งฉันจะเป็นคนไม่ดี ลองทดสอบหลายๆคนด้วยธรรมะ และจิตวิทยาซึ่งทำให้ฉันมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บางคนก็ยังเป็น "คนตาบอด ที่ไม่มีวันรู้สีแดง" เรื่องราวของฉันยังมีอีกมาก ฉันเดินทางล่องไปในกระแสธารของกาลเวลา แสวงหาแก่นสารของการเดินทางโลกให้มั่นคงและมีความสุขที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะในทางธรรม คงจะเกิดขึ้นได้ยากเพราะฉันยังมีภาระรับผิดชอบอีกมากที่ถ้ายังสะสางไม่เสร็จก็คงจะจากทางโลกไปไม่ได้ ยกเว้นฉันจะจากโลกไปด้วยความไม่แน่อันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีวันตาย ดูเหมือนนานแล้วที่ฉันไม่ได้อัพสเปซแนวสาระและเพ้อบ้าบออย่างนี้ แต่บางครั้งฉันก็คิดว่าการเขียนอะไรลงไปซักอย่างในสเปซคงจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย... เพลง Cry Me a River ประเดิมเป็นเพลงแรกครับCry Me a River Lyrics and Music by Arthur Hamilton Now you say you're lonely
กรอบใหม่ๆลองดูนะ
ThankYou For Everyone
¸ღ¸ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ รวมทั้งเพื่อนๆ space ต่างๆด้วยคับ¸ღ¸ พบกับรูปโฉมใหม่ของ space นี้เร็วๆนี้ครับ ว่างๆช่วยเซ็นสมุดเยี่ยมบ้างก็ดีนะ ถ้าหากว่ามีข้อแนะนำรึติ-ชมก็เขียนบอกได้ครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง วันว่างๆ วันว่างๆเหลือน้อยเต็มทีแล้ว นี่ก็หายไปพักนึง.........
เพราะว่าไปต่างจังหวัดมา.....
เบื่อกรุงเทพฯเต็มทนไปปีนเขาดีกว่า
ผมเลยจะอัพน้อยวันหน่อย แต่ถ้าพอมีเวลาเหมือนวันนี้บ้าง ก็จะมาอัพหรอกนะ ช่วงนี้ก็ต้องพักเรื่องสาระต่างๆเอาไว้สักพักด้วยอ่ะ .......
รอเปิดเทอมอยู่หอแล้วค่อยว่ากันแล้วเจอกันครับ....
jj... เรื่องเล่าจากวันวาน.... ก็คือว่ามีเรื่องเล่าอ่ะนะ ก่อนจะลืมซะก่อน เป็นเรื่องตอนไปค่ายชุมนุมวรรณศิลป์ของมหาลัยอ่ะ เป็นอะไรที่มีความสุขดีนะ เหมือนได้ผ่อนคลายสบายกาย สบายอารมณ์
ตอนสายวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม เราก็ออกเดินทางกันกว่าจะเจอจะได้ซื้อตั๋วก็พอดีรถทัวร์เที่ยว 14.00 - - ... จุดหมายปลายทางของเราคือ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หาดแหลมศาลา เปนที่ที่สวยมากกกกก เราชอบไปที่นั่นบ่อยๆ บรรยากาศดี ไปถึงก็ประมาณ 6โมงเย็นและ เราก็เหมารถเข้าไป 360 บาท ถึงหาดแล้วเราก็ต้องเดินข้ามเขากันอีกประมาณ 480 ม. อ่ะนะ ชันพอสมควร แต่ก็เดินกันอย่างทรหดดีกันทุกคน ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ยกเว้นบางคนที่เราห่วงเป็นพิเศษ แต่ก็นะ ข้ามมาได้ด้วยดี....
พอมาถึงบริเวณที่พักเราก็หาของกินกันก่อนเลย ก็มันหิวนี่นา อีกอย่างเหนื่อยสุดๆ แต่สำหรับเรามันเป็นอะไรที่สนุกดี จากนั้นเราก็ไปที่บ้านพักกัน เป็นบ้านหลังใหญ่สุดของที่หาดเลย ทั้งๆที่เราบอกว่าจะไปกันประมาณ 20 คน ลุงแกเปิดห้องขนาดนอน 50 ได้เลย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำอ่ะ หรูอีกต่างหาก คืนละ 3000 แต่ใช้เส้นส่วนตัวก็เหลือ 2500 ซะงั้น ถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครคิดอยากจะทำอะไรกันอีก ก็เลยเป็น Free time เดินเล่นชมหาดกันสบายใจ พอตกดึกหน่อยเราก็มีประชุมกันนิดหน่อย คุยเรื่องทั่วไป ร้องเพลง เล่นเกมส์ แล้วก็ดูหมอ ซึ่งแน่นอนว่าพ่อหมอคือ.......... เรา ....หุหุ ซักพักก็เล่าเรื่องผี น่ากลัวจนคนที่คุยอยู่ข้างนอก ตะโกนเข้ามาว่า เงียบๆหน่อยได้ไหม จะเล่าเรื่องผีก็เบาๆหน่อย เพราะเจ้านั้นน่ะ เขากลัวผีสุดๆเลย อิอิ
ตอนเช้าเราตื่นประมาณ 6.30 น. แต่พวกพี่ๆเขาตื่นกันประมาณ6.00 ไปเดินเล่นกัน แต่เราตื่นเพื่อกะว่าจะดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ขอบทะเลซึ่งจะเป็นอะไรที่สวยมากๆ แล้วก็ได้เห็นจริงๆ เลยชวนคนๆหนึ่งไปเดินเล่นด้วยกันที่ริมหาด คุยเรื่องทั่วไป . . . มีความสุขดี อากาศเย็นสบาย พอแดดร้อนซักหน่อยเราก็ขึ้นมาจากริมหาด แล้วก็มานั่งเล่นบนบ้านก่อนจะไปหาอะไรกินกันที่โรงอาหารกลาง - - ของอุทยาน ไม่ใช่ของมหาลัยนะ ชื่อเหมือนกันเปี๊ยบ แล้วก็เล่นไรกันสนุกสนาน แล้วก็บ่ายๆก็ไปเล่นน้ำทะเลกันจนถึงเย็น รุ่นพี่อีกกรุ๊ปหนึ่งก็มาพอดี และที่สำคัญขาดไม่ได้ของเย็นวันเสาร์นั้นคือ แดจังกึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ตอนจบ พอดี เรารีบไปดูก่อนเลย ตอน 6โมงเย็น ดูแล้วเศร้า สงสารพระราชาด้วย
จังกึมน่ารักสุดยอดเลย พร้อมกับดูจังกึมเราก็กินข้าวไปด้วย สังเกตเห็นขนาดพวกชาวประมงยังติดจังกึมเลย สุดยอดๆๆๆ พอตกค่ำเราก็มีประชุมกันอีก มีการเปิดใจ แล้วก็ร้องเพลง เล่นเกมส์ สุดท้ายก็รับขวัญพี่ เขาเรียกอะไรนะ บายเนียร์ รุ่นพี่น่ะ อืม..... ไปบายเนียร์ที่ริมหาด เป็นอะไรที่ใช้ได้เลย ได้บรรยากาศ ดาวเต็มฟ้าเลย ลมทะเลเย็นสบาย ยุงก็มีนะ แต่ก็นะ งั้นๆแหละ จากนั้นเราก็นั่งกันอยู่ริมหาด นั่งคุยกับใครบางคน และหลายๆคน ด้วย มองดูดาวแล้วสวยดี ชี้ให้ดูดาวดวงนั้นดวงนี้ เป็นอะไรที่มีความสุขดีนะ ซักพักก็เมื่อย ก็นั่งพิงกันเอาหลังพิงกัน คนอื่นๆ ก็ร้องเพลงสนุกสนานกันใหญ่ บังเอิญว่าเราเป็นบ้านหลังสุดท้ายด้วยแหละเลยไม่รบกวนใคร อาจจะรบกวนปูลมบ้างก็เหอะ - -
คืนวันเสาร์บนชายหาดที่ได้นั่งตรงนั้นมีความสุขดี สัมผัสนี้มันดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด บางครั้งเราอาจจะพบสิ่งที่แสวงหามานานแต่เราก็ไม่อยากคาดหวังอะไรให้มากมายอีก ปล่อยให้เป็นไปตามกาลเวลาดีกว่า ไม่อยากคิดถึงเรื่องเก่าๆที่เรามีความหวังอีกแล้ว บางครั้งการคาดหวังมากเกินไปก็ไม่ดีนัก แต่ถามว่าหวังไหม ก็ต้องบอกว่าหวังอยู่แล้ว อยากจะให้มาอยู่ข้างๆ ณ ตรงนั้น เดี๋ยวนั้น แต่มันทำไม่ได้ ทำไม่ได้จิงๆ . . . ทั้งๆที่รู้ว่าเวลาไม่เคยคอยใคร ถ้าไม่ได้ทำอะไรซักอย่างในวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่มีวันได้ทำอีกก็ได้ใครจะไปรู้ สิ่งที่รู้ก็คือ ต้องทำเสียก่อนวันนี้ ทำให้ดีที่สุด แต่เรื่องแบบนี้มันทำไม่ได้จริงๆ จะให้พูดไปตรงๆน่ะเหรอ จะพูดไปทำไมทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ขอเป็นเพื่อนอยู่อย่างนี้ก็พอ ถ้าเขามีความสุขเราก็มีความสุข ยืนมองอยู่ห่างๆ ท่ามกลางความสนุกสนานของเธอเราก็มีความสุขแล้ว ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านั้นอีก และก็ไม่ได้ต้องการให้เธอหันกลับมามองฉันสักนิด เพียงแค่ให้เธอรู้ว่ายังมีเพื่อนคนนี้คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ เมื่อไหร่ที่มีปัญหาก็ขอให้นึกถึงฉันบ้างก็ดี ฉันยินดีช่วยเหลือเสมอ ฉันขอชอบเธออยู่ข้างหลังเช่นนี้ก็ได้ไม่เป็นไร ไม่ได้อยู่เคียงข้างก็ไม่เปนไร ขอมีความสุขกับการได้รักเธอเช่นนี้ก็พอ . . . ฤดูใบไม้ผลิบานในดวงใจและความทรงจำ(ภาคที่ 1)
ฤดูใบไม้ผลิบานในดวงใจและความทรงจำ (ภาคหนึ่ง) ผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเริ่มจดบันทึกตั้งแต่เมื่อไหร่ และก็จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มวางปากกาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผมรู้และจำได้อย่างแม่นยำเพียงว่า ความทรงจำในตอนเยาว์วัยนั้นช่างสวยงาม และเต็มไปด้วยแก่นสารของความบริสุทธิ์ยิ่งนัก สมัยก่อนตอนที่ผมยังเด็ก (อย่างน้อยก็เด็กกว่าตอนนี้ไม่เท่าไหร่หรอก) ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตอีกวิถีชีวิตหนึ่งซึ่งแตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง ในตอนนั้นผมซึ่งชอบจดบันทึกและขีดๆเขียนๆเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเห็นอยู่แล้ว ก็ตั้งใจจะเก็บวิถีชีวิตทุกรายละเอียดกลับไปอ่านเป็นความทรงจำที่ดีที่บ้านเรา แต่เกิดปัญหาต้องรีบกลับประเทศไทยซะก่อน บันทึกนั้นจึงขาดตอน แต่ผมก็พึ่งเอามันมาเขียนต่อจนจบเมื่อไม่นานมานี้เอง (หลังจากไปค้นเจอที่ห้องสมุดของบ้านหลังเก่า) ผมจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ที่บันทึกนั้นได้จบลงเสียที และจะได้นำมาบรรยายย้อนเวลาให้ทุกท่านรับรู้ไปพร้อมๆกับผมด้วยกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นในตอนที่ผมได้ไปเยี่ยมประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก(และครั้งเดียวจนถึงบัดนี้) เราได้ชมและอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นกันมามาก ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น และฝันจะได้เห็นบ้านเมืองของเขาจริงๆสักครั้ง นางเอกคิขุอาโนเนะ ภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามสง่ายิ่งใหญ่ หิมะขาวโพลนที่ทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา และแน่นอน บ้านเมืองของเขาดูยิ่งใหญ่และทันสมัยไปเสียทุกอย่าง ตึกรามบ้านช่องดูหรูหรา ผู้คนดูเร่งรีบและขวนขวายกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ถึงกระนั้น ทำไมผมถึงมีความรู้สึกว่าวิถีชีวิตแบบนี้ ห่างไกลจากความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที ผมอยู่ที่กรุงโตเกียว 2 วัน เดินย่ำต๊อกๆไปตามถนน ได้เดินเล่นที่พิพิธภัณฑ์ และปิดท้ายที่ร้านอาหารโดยมีเซซามิชุดใหญ่ที่มีคนเลี้ยง(อิอิ) คนในเมืองหลวงญี่ปุ่นนี้ต่างจากบ้านเรา ความฝันในวัยเยาว์นั้นดูตะขิดตะขวงพิกล วิถีชีวิตของคนที่นี่ทำให้ผมรู้สึกแห้งเหี่ยวไปด้วยซ้ำ ซึ่งอาจะเป็นโชคร้ายหรือเป็นโอกาสที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ที่ผมได้เจอะเจอมา พวกเขาดูไม่แยแสใคร เดินดุ่มๆอย่างเร็วรี่แค่จะหันมาขอโทษรึทักทายเวลาเดินชนกันยังไม่มี การกินการอยู่อาศัยเอาเร็วเข้าว่า ใครมือยาวสาวได้สาวเอา อาหารการกินก็แพงระยับจนไม่อยากจะจับต้อง เด็กสาววัยเรียนก็พาใจแตกกันเป็นส่วนใหญ่ หาทุกวิถีทางที่จะได้เป็นดารา การกอดจูบลูบคลำดูเป็นของธรรมดา ณ บนถนนสาธารณะแห่งนี้ และคงจะเป็นที่ชินตาของผู้คนไปเสียแล้ว ผู้คนในวัยทำงานก็มุ่งแต่งาน..งาน..และก็งาน จนดูเหมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ที่แย่กว่านั้นก็คือตอนที่ผมเดินไปบริเวณหน้าร้านขายขนมร้านหนึ่ง ถัดไปไม่เท่าไหร่เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งแต่งเครื่องแบบนักเรียนกำลังรุมชกต่อยพ่อค้าอย่างบ้าคลั่ง โดยที่คนในบริเวณนั้นไม่คิดแม้แต่จะยื่นมือมาช่วยเหลือ กลับยืนมองด้วยความน่าสมเพช บ้างก็ยืนเชียร์ บ้างก็รีบเดินจากแบบไม่รู้ไม่เห็น อีกรายก็เป็นหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่ถูกแทงกลางถนน แต่มิมีผู้ใดให้ความช่วยเหลือเลย เธอนอนจมกองเลือด ดวงตาเบิกโพลง หายใจรวยริน ระคนวิงวอนให้ผู้อยู่ในบริเวณนั้นช่วยเหลือ เช่นนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ผมเห็นว่า ญี่ปุ่นนั้นนับวันจะขาดคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที ความทรงจำและความฝันที่จะตั้งรกรากที่นี่ สำหรับผมแล้วจึงเป็นศูนย์อย่างไม่ต้องสงสัย คืนที่ 2 นี้ฝนตก ท้องฟ้าดูหม่นหมองจากเมฆหมอกของเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรม ถนนหนทางในโตเกียวแลดูทึมเศร้า หลังคาบ้านเรือนเหล่านั้นล้วนเป็นสีเทา บรรยากาศสองข้างทางของต้นไม้ที่ยืนเปลือยในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ดูมืดมน วังเวง เศร้าสร้อย และสิ้นหวัง มีเพียงสีสันจากดอกไม้พลาสติกเท่านั้นที่ดูสดใสตลอดเวลา ผมมองออกไปนอกกระจกชั้นบน ของโรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งที่นี่แล้วพบว่า ฝนตกหนักพอสมควร ห่างจากบริเวณนั้นไม่เท่าไหร่ผมเห็นสถานที่สถานที่หนึ่ง ผมเดินกางร่มมาพร้อมกับรุ่นพี่ที่มาด้วยกัน แล้วก็พบว่า ณ สถานที่แห่งนี้เป็นวัด วัดที่มีพระโพธิสัตว์ตั้งท้าแดด ท้าลมฝนอยู่ น้ำฝนที่หยดไหลพาดผ่าน ดวงตาอันเศร้าสร้อยของพระโพธิสัตว์นี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าท่านกำลังร้องไห้ ร้องไห้ให้กับเมืองที่ไร้ชีวิตแห่งนี้อย่างนั้น เช้าวันใหม่บรรยากาศที่สดใส เมฆหมอกไร้ริ้วรอยด่างดำ(ไม่รู้ใช้ครีมยี่ห้ออะไร) ต้อนรับกับการเดินทางไปสู่เขตชนบทในญี่ปุ่นของผม ก่อนจากเมืองหลวงแห่งนี้ไป ผมได้ครุ่นคิดและสนใจว่าอย่างน้อยเมืองนี้ก็ได้สอนเราหลายอย่าง เมื่อลัทธิอุตสาหกรรมเข้าครอบงำวิถีชีวิตดั้งเดิม คนญี่ปุ่นทุกวันนี้มีชีวิตที่รีบเร่งเกินไป เคร่งเครียดเกินไป แข่งขันกันมากเกินไป มุ่งหวังมากเกินไป ทำให้สิ่งมีค่าที่สุดของมนุษย์เสียไป ก็คือ ความสุข ชีวิตของคนในโตเกียวแม้จะเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แต่บนใบหน้าของพวกเขากลับไม่มีริ้วรอยแห่งความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและแปลกแยก ชีวิตในการทำงานในบริษัทหรือโรงงาน ได้ทำลายความรู้สึกอันมีค่าของมนุษย์ลง ผู้คนขาดความสุขในการทำงาน ไม่รู้จักพึ่งตนเองพึ่งแต่เครื่องจักร และขาดความรู้สึกที่จะสรรค์สร้างสิ่งใหม่ในที่สุด คนญี่ปุ่นกลายเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย และไร้ความหมาย อีกทั้ง เมืองใหญ่ได้ทำลายความสัมพันธ์แบบชุมชน ลัทธิปัจเจกชนนิยมได้ทำลายความรู้สึกของสังคม และสร้างความเห็นแก่ตัวขึ้นทุกหย่อมหญ้า ขาดจิตสำนึกส่วนรวม เกิดความหวาดระแวงกันและกัน ปลีกตัว แยกตัวเองอยู่โดดเดี่ยว ถูกตัดขาดจากความเอาใจใส่ สายสัมพันธ์และความรัก ชีวิตของคนที่นี่จึงเยียบเย็น และแปลกแยก จนทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาป่วยไข้ไปในที่สุด นี่เป็นหน้าสุดท้ายของบันทึกในช่วงแรกของผม หลังจากหน้านี้ไปก็เป็นเพียงรายละเอียดรายวันที่ได้ไปทำและพบเห็นในเขตชนบทของประเทศนี้ ซึ่งก่อนกลับเมืองไทยผมตั้งใจจะเขียนให้จบทั้งหมดแต่บังเอิญได้รับข่าวร้ายไม่มีเวลาอยู่ต่อต้องรีบกลับด่วน หลังจากนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดของประเทศนี้ที่ผมได้อาศัยอยู่ เป็นช่วงเวลาของฤดูกาลแห่งความสุข ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูที่ดอกซากุระบาน ดอกไม้ที่เบ่งบานเป็นสีเลือดฝาดเหมือนกับสีของแก้มแดงๆของเด็กๆที่วิ่งเล่นใต้ต้นดอกซากุระในยามเช้า ดอกไม้นี้แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณของซามูไร ความสวยงามและเสน่ห์ที่ดึงดูดนั้นราวกับว่าจะกลืนกินชีวิตทั้งชีวิตเลยทีเดียว ปรัชญาแห่งการดำรงชีวิต และความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ที่มีความสุขในสังคมอุตสาหกรรมที่แท้จริงของญี่ปุ่นนั้น ยังพบเห็นได้ในชนบทแห่งนี้ ผมจดจำถึงทุกรายละเอียดและสัมผัสความมีชีวิตชีวานั้นได้ผ่านจิตใจจนถึงทุกวันนี้และคิดว่าคงจะไม่มีวันลืมมันได้ลง..... (โปรดติดตามตอนต่อไป) ภูชลพาต กุณฑ์กาญจน์พฤกษ์นภา คำกล่าวดีๆของใครหลายๆคน...“ท่ามกลางความยุยง ยังมีความจริงซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด เพื่อรอการพิสูจน์ อย่าปล่อยให้ความแคลงใจ มาทำลายมิตรภาพ อย่าให้คนที่ไม่มีค่ามาทำลาย สิ่งที่มีค่า” เรียงร้อยถ้อยรักหอวังนนท์เรียงร้อยถ้อยรักหอวังนนท์
โคลงสี่สุภาพ
หอวังนนท์เทิดไท้ กษัตรา ราชินี เกิดก่อนับนานนา แซ่ซ้อง ก่อเกียรติคุณมา สร้างชื่อ เสียงเฮย ประกาศกำจรก้อง แว่นแคว้นแดนสยามฯ
นับล่วงวันผ่านแล้ว หอวัง นนท์นาม ปีหกรุ่นแปดพลัง ร่วมพร้อง คำขานรักฝากฝัง สนิทแนบ นิรันดร์เฮย จำจากเอื้อนคำคล้อง เกียรติก้องขจรกำจายฯ
กลอนสุภาพ
กราบลาลงตรง ณ จุดรวมใจ หอวังนนท์ไซร้จะอยู่ชั่วกัลปาวสาน ลูกรุ่นแปดขออำลาจากวันวาน ที่เนิ่นนานวานวันอันยาวไกล กราบลาลง ณ พระพุทธสรรเพชร สองสมเด็จพระนวมินทร์สิ้นสงสัย ฝันถึงองค์พระประทานท่านอวยชัย เฉกเช่นใจของพวกเราให้โรงเรียน อันซุ้มเฉลิมพระเกียรติพระราชินี เหมือนภาพที่เห็นองค์จริงใช่ภาพเขียน เป็นสิริมังคลาชัยของนักเรียน เป็นดั่งเทียนส่องสว่างกระจ่างใจ ท่านพระภูมิเจ้าที่ผู้ทรงฤทธิ์ ผู้ทรงอิทธิปาฏิหาริย์เหนือผู้ไหน แลภูตผีวิญญาณของผู้ใด ขอท่านให้พรเรานิรันดร์เอย ลาแล้วนะเจ้าราชพฤกษ์ จงอย่าคึกคะนองลมนะเจ้าเอ๋ย อยู่คนเดียวเหงาแล้วนะเจ้าเอย อย่าเอื้อนเอ่ยล้อลมเล่นเช่นวันวาน โบกระบัดใบล่อลิ้วลมเล่น ลอยกระเด็นดอกย้อยคล้อยขับขาน พลิ้วสะบัดยามลมหนาวในวันวาน มิเนิ่นนานหรอกหนาอย่าพรั่นพรึง จากไปแล้วคงคิดถึงคะนึงหา ห่วงเวลาให้คล้อยหวนชวนคิดถึง แม้นกลับมา ณ วันใดจะฉุดดึง ดอกเจ้าจึงจะโน้มเอียงอีกคราเอย แม้วันนี้จะไม่มีเราอีกแล้ว เจ้าอย่าแคล้วออกดอกช่อนะเจ้าเอ๋ย เจ้าเป็นถึงสัญลักษณ์เชียวนะเอย อย่าเอ่ยเอื้อนงอนนักแต่พองาม จงออกดอกชูช่อสะบัดไหว อย่าลอยไปตามสายลมที่เห่หาม ไหวระริกกระดิกดิ้นทุกชั่วยาม ไหลไปตามกระแสชีวิตของทุกคน น้ำตาลเหลืองเลือดข้นกว่าน้ำแน่ วันนี้แพ้วันนี้พ่ายอย่าสับสน จงอย่าไหลไปตามกระแสชล สูงสุดล้นย่อมคืนสู่สามัญ ลาคุณครูที่รักเคารพยิ่ง ประเสริฐสิ่งจะหาใครได้ดั่งฝัน ท่านคือผู้มอบวิชานานาครัน ผู้ยึดมั่นมีนักเรียนในดวงใจ แม้วันนี้ลูกจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว คงไม่แคล้วห่างหายไปไหน และไม่มีของล้ำค่าเลิศเลอใด จะแทนใจของครูได้อย่างแน่นอน นับแต่นี้รุ่นต่อจากลูกไป คงตั้งใจศึกษาฟังการสอน ชีวิตทุกคนเหมือนดั่งละคร แต่ทุกตอนมีผู้กำกับคือตัวครู โรงเรียนหอวังนนท์ในอนาคต เกียรติยศและชื่อเสียงอันสวยหรู หากเปรอะเปื้อนด้วยเด็กร้ายไม่น่าดู มีแต่ผู้เขาติฉินให้เสื่อมลง ลูกจะคอยเป็นคนอยู่ข้างหลัง เป็นพลังฉุดดึงในยามหลง จะคอยช่วยเหลือในยามตกปลง จะคอยส่งแรงพัฒนาทุกคืนวัน วันนี้ลูกจากแล้วขอฝากไว้ รุ่นต่อไปข้างหน้าจงสานฝัน สิ่งอื่นใดรุ่นพี่ทำมิดีพลัน จงอย่ามั่นยึดเก็บเป็นแบบตัว หากแม้นว่ามีสิ่งใดที่ดีแล้ว จงอย่าแคล้วเร่งทำและใช้หัว อย่ามัวแต่ทุ่มกำลังจนเกินตัว ไม่ใช้หัวแล้วจะได้อะไรมา จงเชื่อฟังครูอาจารย์ท่านสอนสั่ง อย่ามัวนั่งไม่เข้าใจจงรีบหา ไขว่คว้าเอาเร่งค้นดูในตำรา ถ้าไม่หาก็ถามครูสบายใจ สุดท้ายของกลอนสุภาพในช่วงนี้ เราไม่มีสิ่งใดจะมอบให้ เรารุ่นแปดทุกคนขอฝากใจ ฝากไว้ให้พร้อมกับคำประพันธ์ สายเลือดน้ำตาลเหลืองอันเข้มข้น จะอยู่จนกว่าชีวาจะอาสัญ จะมิลืมพระคุณครูทุกวานวัน จะยึดมั่นสานฝันของครูเอย...
กาพย์ยานี11
หกปีล่วงเลยผ่าน นับวานวันสานฝันไว้ วันวานผ่านเลยไกล ให้คิดถึงคะนึงหา จำจากแล้ววันนี้ จากถิ่นที่เคยพึ่งพา ถิ่นที่มอบวิชา คลาคล่ำด้วยบุคลากร จากคุณครูแสนดี จากคนที่ห่วงอาวรณ์ จากใจที่อาทร สอนหนังสือด้วยใจจริง แม้นวันนี้ต้องจาก ก็อยากฝากรักสรรพสิ่ง อันเป็นมงคลยิ่ง มิ่งขวัญของโรงเรียนเรา โปรดช่วยจงคุ้มครอง แลปกป้องทุกหมู่เหล่า อันผองภัยใดเล่า เข้ามาแผ้วพานมิได้ จำจากแล้ววันนี้ ลูกรุ่นที่แปดขอให้ หอวังนนท์เกรียงไกร ไกลถึงฟ้าสู่แผ่นดิน ลูกไม่มีสิ่งใด จะมอบให้คืนสู่ถิ่น ทำดีเป็นอาจิณ ยินสดับทั่วโลกา หากแต่ ณ วันนี้ ขอปราณีช่วยเมตตา ลูกนั้นแต่งคำนา พาคำถ้อยมาคล้องจอง ที่ระลึกของม.6 คำยอยกที่เราพร้อง จากตัวแทนสมัครลอง ของเด็กน้อยมิใช่ใคร หากแม้นว่าผิดพลาด ขอปราชญ์จงให้อภัย สรรคำมาแต่ใจ ไป่อวดดีฤาแข่งขัน จำเนียรแลอุตส่าห์ ด้วยใจว่ารักประพันธ์ มาพรรณนาพลัน ทันต่อกาลแลเวลา ขอฝากไว้วาที ณ ที่นี้ที่รักข้า บ้านอยู่อาศัยมา ตราตรึงใจนิรันดร์เอย...
โคลงจบ
หอวังนนท์สู่ฟ้า สรวงสวรรค์ เจริญเทอญ เราแต่งคำประพันธ์ แซ่ซ้อง ตัวแทนกล่าวคำนั้น ฝากต่อ รุ่นหลัง จักเพื่อฝากคำพร้อง ชั่วฟ้าดินสลาย ฯ อันตัวเราพู่นี้ ฝากไว้ สืบสาย มิแต่งเพื่ออวดใคร สิ่งรู้ อยากเพียงเพื่อเก็บให้ ทุกท่าน สดับเฮย ผู้แต่งพันธุ์-จักผู้ ทั่วหล้า-เทพสยาม ฯ
ภูชลพาต กุณฑ์กาญจน์พฤกษ์นภา
มือถือเอื้ออาทร “เอื้ออาทร” คำนี้ดูจะเป็นคำที่ฮิตเหลือเกินนะครับในเวลานี้ เริ่มตั้งแต่บ้านเอื้ออาทรไปจนถึงแอร์โฮสเตสเอื้ออาทรเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคุณผู้อ่านคงจะไม่ว่ากันนะครับ ที่ผมจะขอตาม กระแสด้วยการมี “มือถือเอื้ออาทร”ด้วยซะเลย แต่คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า ผมร่วมมือกับรัฐบาลทำโครงการมือถือราคาประหยัดออกมาบริการนะครับ ที่ว่ามือถือเอื้ออาทรนั้นขอมีความหมายที่แปลกแตกต่างออกไปเล็กน้อย มือถือเอื้ออาทรของผมหมายถึง “มือถือมือสอง”ครับ ซึ่งก็คงจะสามารถจัดกลุ่มเข้ากับตระกูลเอื้อทั้งหลายได้ เพราะว่ามือถือมือสองนั้น ก็มักจะมีราคาที่เอื้ออาทรต่อเราๆท่านๆมากเหมือนกัน และด้วยความที่ราคามันเอื้ออาทรนี่กระมังครับ ก็เลยพลอยทำให้เรากลัวๆ ว่าคุณภาพของมันก็จะเป็นแบบเอื้ออาทรไปด้วย แล้วเราจะเลือกมือถือเอื้ออาทรยังไงดี..ไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ วันนี้มีเกร็ดเล็กๆมาแนะกัน เริ่มตั้งแต่มองภายนอกจนถึงเปลือยภายในแบบทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียวครับ
เพราะอย่าลืมว่าสิ่งที่เราต้องได้กลับบ้านไปด้วยนอกจากเครื่องก็คือ Wall Charge หรือที่ชาร์จแบตเตอรี่ เพราะจะต้องมาคู่กันเหมือนช้อนกับส้อม สังเกตว่าเป็นของแท้ที่มาพร้อมกับเครื่องหรือไม่ เพราะบางทีพ่อค้าหัวใสก็จะเก็บ Wall Charge สภาพดีที่มาพร้อมกับเครื่องไว้ขายแยกต่างหาก แล้วนำของเลียนแบบหรือของปลอมมาให้เราแทน เพราะฉะนั้นสังเกตดีๆครับ ข้อคิด จริงๆแล้วเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่อยู่ร่วมกับเรามานานครับ โทรศัพท์มือถือเนี่ย ก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ครับและเชื่อว่าบางท่านก็อาจจะทราบกันบ้างอยู่แล้ว ซึ่งหากว่าทราบกันอยู่แล้วก็ขออภัยครับ ถือเสียว่าบอกกล่าวกันไว้เป็น “ข้อมูลเอื้ออาทร” แก่มือใหม่หัดซื้อทั้งหลายละกันนะครับ จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของกลโกง ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สำคัญของเรื่องนี้ทีเดียวครับ จาก: หนังสือ First Mobile 29 หน้า 94 -95 |
||||||||||
|
|